รีวิว FANTASTIC BEASTS AND WHERE TO FIND THEM สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่

ภาพยนตร์ Fantastic Beasts and Where to Find Them นี้ เป็นผลงานการเขียนบทภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิตของ J.K. Rowling และโปรเจ็กต์นี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะสร้างถึง 5 ภาค (ปี 2016, 2018, 2020, 2022, และ 2024 ตามลำดับ) เรียกได้ว่าชาวมักเกิ้ลต้องติดตามดูกันยันโตยันแก่กันเลยทีเดียว

เรื่องย่อ Fantastic Beasts and Where to Find Them

เหตุเกิดเมื่อปี 1926 ในยุคที่ Gellert Grindelwald (Johnny Depp จาก Pirates of the Caribbean) เรืองอำนาจและเป็นเจ้าแห่งเวทมนตร์ศาสตร์มืดก่อนคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

Newt Scamander (พระเอกออสการ์ Eddie Redmayne จาก The Theory of Everything และ The Danish Girl) นักสัตว์วิเศษวิทยาชาวอังกฤษ (ภาษาอังกฤษ: Magizoologist) เดินทางมานิวยอร์ก อเมริกา แล้วเกิดสลับกระเป๋ากับ No-Maj (เป็นศัพท์อเมริกัน ความหมายเดียวกับ Muggle) ชื่อว่า Jacob Kowalski (Dan Fogler) จนเป็นเหตุให้สัตว์วิเศษในกระเป๋าเดินทางของเขาจำนวนหนึ่งหลุดออกไปสร้างความวุ่นวายในสังคมโนแมจ

Fantastic Beasts ไม่ใช่แค่เต็มไปด้วยตัวละครวัยผู้ใหญ่วัยทำงาน แต่เนื้อหาเรื่องราวยังโตขึ้นกว่า Harry Potter ด้วย ทั้งสะท้อนความ contrast กันระหว่างบริติชกับอเมริกัน เช่น ระบอบกฎหมายและการปกครองที่ล้าหลังของอเมริกา อิทธิพลของสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคนั้น สำเนียงบริติชที่ฟังยากกว่า หรือการใช้คำแตกต่างกันแต่ความหมายเดียวกัน เช่น ฝั่งอเมริกาเรียกผู้ไม่มีเวทมนตร์ว่า No-Maj ซึ่งย่อง่าย ๆ ตรงตัวมาจาก No Magic ไม่ได้สร้างสรรค์คำใหม่ให้ยุ่งยากเหมือน British English ที่เรียกผู้ไม่มีเวทมนตร์ว่า Muggle

ตัวละครแต่ละตัวมีเสน่ห์ คาแรกเตอร์ชัดเจนและหลากหลาย มีตั้งแต่คนรักสัตว์แต่เข้ากับคนไม่เก่งอย่างพระเอกของเรื่อง, ประธานสภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นสุภาพสตรีผิวสีชาวอเมริกัน-แอฟริกัน, ผู้หญิงที่อยากเป็นมือปราบมาร, จนถึงเด็กกำพร้าที่เกิดและโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีตัวละครเด็ก แต่เด็กก็ไม่ได้เป็นตัวละครใส ๆ โลกสวยของเรื่อง มีประเด็น Child Abuse สอดแทรกอยู่ด้วย อีกอย่างที่ทำให้หนังดูโตขึ้นคือ ตัวละครทุกตัวต่างมีมิติ แม้กระทั่งตัวร้ายอย่าง Gellert Grindelwald ก็ไม่ได้ร้ายชนิดไม่ลืมหูลืมตา แต่เขาแค่มีอุดมการณ์ ความคิด และการลงมือทำที่สุดโต่ง หรือไม่ก็มีปูมหลังครอบครัวหรืออดีตที่ไม่โอเคที่บ่มเพาะเขาให้กลายเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้

ถึงแม้บท Newt Scamander ในเรื่องนี้จะไม่ค่อยมีโอกาสให้ Eddie Redmayne ได้โชว์ของ ปล่อยพลัง หรือใช้อินเนอร์เท่า The Theory of Everything หรือ The Danish Girl แต่ฝีมือการแสดงของเขาก็ยังไม่ทำให้ผิดหวัง เพียงแต่อาจโดน Dan Fogler โนแมจเพื่อนรักแย่งซีนไปแทบทั้งเรื่องก็เท่านั้นเอง ทั้งนี้ยังไม่นับ Queenie อีกคน สาวคนนี้ความสามารถพิเศษโดดเด่น เสื้อผ้าหน้าผมชวนจดจำ และสวยหยาดเยิ้มน่าหลงใหลจนบางครั้งเกือบลืมว่า Tina คือนางเอกตัวจริง

ไม่ใช่แค่ตัวบทของนักเขียนคนเก่ง J.K. Rowling ที่ดึงดูดพวกเราให้เสมือนเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่งของเธอจริง ๆ เท่านั้น ต้องยกความดีความชอบให้ผู้กำกับ David Yates และทีมสเปเชียลเอฟเฟ็กต์เขาด้วยที่ช่วยเนรมิตตัวหนังสือและจินตนาการของ J.K. Rowling กลายเป็น Motion Picture ที่สนุกเกินคาด มหัศจรรย์อลังการกว่า Harry Potter ทุกภาคที่เคยมีมา

การันตีเลยว่า Fantastic Beasts ภาพสวยมาก ขนาดนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นพ่อมดแม่มดวาร์ป แต่เรายังรู้สึกตื่นเต้น Oh! Wow! Merlin’s Beard! ทุกช็อตที่ตัวละครในเรื่องนี้วาร์ป ยิ่งได้ดูใน IMAX 3D นี่เอ็ฟเฟ็กต์พุ่งทะลุเฟรม ความรู้สึกมันเหมือนมีคนมาร่ายเวทย์เสกคาถาต่อหน้าเราจริง ๆ รับรองแฟน ๆ ต้องฟินหนักมากแน่นอน

นอกจากนี้ คนรักสัตว์ทั้งหลายจะต้องร้องกรี๊ดให้กับความน่ารักของเจ้าสัตว์วิเศษทั้งหลายของ Newt Scamander ด้วยแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้า Niffler ขี้ขโมยกับเจ้าต้นไม้ Pickett ตัวจิ๋ว โดยเฉพาะฉากที่ Newt พาลงไปทัวร์ข้างในกระเป๋าของเขา เหมือนเราได้เข้าไปเดินเล่นอยู่ในสวนสัตว์ของอีกโลกโลกนึง เป็นกระเป๋าที่คนรักสัตว์แต่อยู่หออยู่คอนโดฯ อยากให้มันมีอยู่จริง…